สามป๋า

เมื่อเช้าขับรถมา ใจลอยๆ นึกถึงสมัยเรียนวิศวะ แล้วก็นึกถึงพรรคพวกในแก๊ง "3PA" (สามป๋า) … ไว้วันนี้ว่างๆ มาเขียนถึงซักหน่อยดีกว่า

 

มาแล้ว …

ในบรรดานิสิตวิศวะคอมพิวเตอร์รุ่นที่เราเรียน เชื่อว่าเราทั้งสามคนมีเอกลักษณ์ค่อนข้างชัดเจน หนึ่งคนเป็นทายาทร้านทอง ขับเบนซ์ซีคลาส หนึ่งคนเป็นลูกหมอ เป็นนักดนตรีหน้าตาหล่อเหลาเหมือนเจมณฑลแต่ความสูงค่อนข้างจำกัด ส่วนอีกคน เป็นลูกหมอเหมือนกัน มีผิวสีคล้ำ ขี้โวยวาย และมีอุปนิสัยกวน teen น่าเหยียบที่สุด

 

เรามีความเชื่ออย่างแรงในลัทธิ "ป๋า" จนถึงขนาดตั้งชื่อกลุ่มทำรายงานว่า "3PA" จนอาจารย์หัวหน้าภาคฯ ต้องงง ว่าไอ้ "3PA" นี่ย่อมาจากอะไรกันแน่ และต้องงงหนักกว่านั้นเมื่อเราพยายามอธิบายความหมายให้ฟัง …

 

"สามป๋า" แปลได้ตรงตัวว่า "ป๋าสามคน"

 

คำว่า "ป๋า" มีใช้กันอย่างแพร่หลายมานานแล้ว ส่วนใหญ่ หมายถึง พวกบ้านรวย ชอบ spend เงินเลี้ยงหญิง โดยเฉพาะหญิงที่อายุน้อยกว่า … เราจำได้ยินคำว่า "ป๋าขา" และ "หนูจ๋า" คู่กันมานานแสนนาน

 

แต่ … "ป๋า" ในความหมายของเราแตกต่างไปเล็กน้อย และมีคุณสมบัติดังนี้

 

1) "ป๋า" ไม่ยุ่งกับเรื่องงี่เง่า – เรื่องที่ทำให้เดือดร้อนรำคาญใจ "ป๋า" จะไม่เอามาใส่ชีวิต … ยกตัวอย่างเรื่องที่ตรงข้ามกับความเป็น "ป๋า" โดยสิ้นเชิง คือ เรื่องผู้ชายต่อยกัน "ป๋า" เห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระ และขาดสุนทรีย์อย่างแรง "ป๋า" คิดว่าจะดีกว่าถ้าเอาเวลาที่ว่า มานั่งคุย หรือสังสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม หรือใช้เวลาในการท่องเที่ยวไปตามมหาลัยต่างๆ ใกล้เคียง เช่น ม.กรุงเทพ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต หรือ ม.ไม่ใกล้เคียง เช่น ABAC เป็นต้น

 

2) "ป๋า" ต้องเป็นที่รักของสาวๆ – ด้วยนิสัย สุภาพ มีอารมณ์ขัน ไม่เรื่องมาก ไม่หยุมหยิม ต่อหน้าสาวๆ "ป๋า" จะได้รับความนิยมเสมอ … "ป๋า" จะต้องไม่เล่นมุขพื้นบ้าน หรือกระโตกกระตาก ในทางตรงข้าม "ป๋า" ต้องมีรอยยิ้มแฝงความหมาย เก็บซ่อนความจริงไว้บางส่วน "ป๋า" ต้องพูดคุยด้วยสายตา (บางคนใช้คำว่า "เหล่") ได้ดี … จนถึงวันนี้เวลาผมเจอเพื่อนแก๊ง สามป๋านี้ เรายังส่ง signal กันด้วยสายตาเสมอๆ นอกจากนั้น "ป๋า" ต้องคงความเป้นสุภาพบุรุษอย่างสูง ไม่ "แต๊ะอั๋ง" บุคคลทั่วไป เรื่องถูกเนื้อต้องตัวเดินไปโอบหลังโอบไหล่ หรือเกาะเอวเวลาเต้น เราไม่ทำ … "ป๋า" รักษาภาพพจน์ และภาพลักษณ์ เท่าชีวิต จะให้ใครมาว่าไม่ได้ ในขณะเดียวกัน ต้องทำตัวสบายๆ ไม่ เก๊ก … บุคลิกต้องออกแนว "ร่าเริง" "สดชื่น" "เฟรนด์ลี่ ไนซ์" มากกว่า "ภูมิใจในความหล่อ"

 

(ไว้มาเขียนต่อ)

(มาแล้ว) 

3) "ป๋า" ต้อง Sport – ใจสปอร์ต เป็นสิ่งสำคัญที่ "ป๋า" ต้องมีอย่างแน่นอน Sport ในที่นี้เราไม่ได้พูดถึงการซื้อมือถือ เป๋าหลุยส์ ปราด้า ให้กับ "หนูๆ" แต่เรากำลังพูดถึง ความเป็นคนใจกว้าง ไม่คิดเล็กคิดน้อยเรื่องสตางค์ กินข้าวหารกันไม่ต้องเท่ากันทุกบาท ทุกเม็ด กินร้านอาหารจ่ายทิปบ้างเป็นกำลังใจแก่คนอื่น ควักตังค์จ่ายง่ายๆเมื่อเวลาน้องๆ มีกิจกรรมมาให้สนับสนุน ให้เกียรติเพื่อนพี่น้องร่วมโลก ไม่มองแต่ตัวเอง ปล่อยอะไรผ่านง่ายๆ เมื่อมันไม่มีนัยสำคัญ โดยสรุปคือ เน้น "ใจ" ก่อน "เงิน" และมีความเชื่อว่า "เงิน" เป้นของที่เราหาได้ไม่ยาก ถ้าเรา "ป๋า" พอ

 

4) "ป๋า" ต้อง "ใจ"– ในหมู่เพื่อนฝูง คนเป็น "ป๋า" ต้องรักษาคำพูด ยืมเงินกันง่าย คืนกันง่าย ไม่ต้องทวง … ถึงเวลาเที่ยว ไม่มีงอแง ขี้แย มาตามนัดทุกครั้ง รักเพื่อนฝูงอย่างที่สุด แต่ก็เข้าใจเมื่อเพื่อนต้องมีภารกิจ "ไปกับหญิง"

 

5) "ป๋า" ต้อง "ใจแข็ง" – มาตรฐานห้ามตก ชอบคนไหน ต้องคนนั้น จิตใจไม่โลเล ไขว้เขว เมื่อสาวข้างบ้าน หรือรุ่นน้องที่ไม่ตรงสเป๊กมาอยู่ใกล้ หรือขอความเห็นใจ บางคนอาจมองว่า ไอ้พวกนี้มัน "เรื่องมาก" หรือ "เลือกมาก" แต่สำหรับ พวกเราแล้ว เราขอเลือกคนที่เราชอบดีกว่า จะต้องฝืนใจไปกับคนที่ไม่ใช่ เพราะ "ป๋า" มองเกมส์ขาด เห็นอนาคต ว่าสุดท้ายมันจะทำให้ ญ ต้องเสียใจ และนั่นคือ ความผิดบาปอย่างหนึ่ง ที่เราจะไม่ทำ … แน่นอน ใจกลุ่มเรามีอยู่คนหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูงสุดอยู่ในขณะนั้น เดินไปห้างพนักงานขายชุดชั้นในวิ่งมาขอลายเซ็น (เพื่ออะไรวะ) … ท่านคนนี้มีรุ่นน้อง รุ่นพี่มาแสดงความรักอย่างมากมาย ขนมนมเนย อุปกรณ์การศึกษา สารพัด มาไม่เว้น คนสวยก็มาก แต่ … เมื่อสวย sexy แต่ไม่ตรงกับความต้องการ ก็ไม่เคยปั่นป่วน เสมอต้นเสมอปลาย as nice as he can เสมอ … และยังมุ่งมั่นจีบคนที่ชอบจริงต่อไป แม้ว่าเค้าคนนั้นจะมีแฟนแล้วก็ตาม

 

6) "ป๋า" ไม่คิดแทน ญ – ไม่เคยลังเล เมื่อต้องจีบคนที่มีแฟนแล้ว เพราะ "ป๋า" ย่อมให้เกียรติ ญ มีอิสระทางความคิด เลือกเอง ว่าจะชอบหรือไม่ ถ้า ญ รำคาญ "ป๋า" ย่อมถอยห่างเพื่อรักษาจังหวะ … ถ้าผู้ชายมาเคลียร์ เราไม่สนใจ (โปรดดูข้อ 1) แต่ถ้า ญ ให้ถอย เราก็ไม่เรื่องมาก ไม่ร้องไห้ ไม่กินเหล้าเมามายเสียสติ เรากินเหล้าเพื่อสังสรรค์ เพื่อความสดใสเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อดับความทุกข์

 

7) "ป๋า" ต้อง "นิ่ง" – "นิ่ง" ในที่นี้ หมายถึงการมีภาวะจิตใจที่สูง ไม่หวั่นไหว ตื่นตะหนก ตกใจ เกินเหตุ รักษาอารมณ์ จังหวะ ลีลา ในทุกสถานการณ์ แม้บางครั้งมีปัญหาชีวิต การเรียน "ป๋า" จะต้องนิ่ง สงบสติ ใช้สมอง หาทางออกอย่างเป็นมืออาชีพ … แม้เราจะไม่ perfect แต่เราเตือนสติกันเสมอ ง่ายๆ ว่า "มึงไม่นิ่งแล้ว" หรือ "มึงต้องนิ่ง" แค่นี้ก็เพียงพอที่กระตุ้นวิญญาณ "ป๋า" จะออกมาสะกดทุกอย่าง ให้ดีเหมือนเดิมได้

 

8) "ป๋า" ไม่ "กิจกรรม" แต่ "สังคม" – เป้าหมายทางสังคมของ "ป๋า" ไม่ใช่การสร้างความรู้จักด้วยตำแหน่ง "นายก" หรือ "ประธาน" หรือ หัวหน้าทีมกิจกรรม แต่ "ป๋า" จะอยู่ในสังคมด้วย "ชื่อเสียงส่วนตัว" และให้คนรู้จักด้วย "ชื่อ" มากกว่าด้วย "ตำแหน่ง" หรือ "หน้าที่"

 

ผ่านมาหลายปี แล้วเลือด "ป๋า" ของเราอาจเจือจางไปบ้าง แต่คงได้ ความเป็น "ผู้ใหญ่" เข้ามาทดแทน และเมื่อมองย้อนไป concept "ป๋า" นี้แหละ ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของเราทั้งสามคนในทุกวันนี้

 

หนึ่งในป๋า กำลังจะจบปริญญาเอกแม้สมัยจบตรีจะได้เกรดสองกว่า ปัจจุบันมีลูกสาวแล้วหนึ่งคน เป็นคนที่นิ่งที่สุดคนหนึ่ง และรักษามาดได้ดีเยี่ยม แม้จะไม่หล่อ แต่เชื่อว่าเหนือกว่าพวกหน้าตาเป็นอาวุธรหลายเท่าตัวนัก อีกคนหนึ่งทำตามใจฝัน ออกเทปชุดแรก กับวงที่เล่นด้วยกันมากว่า 10 ปี ทั้งๆที่ทำงานประจำ แม้หน้าตาจะขายไม่ได้แล้วด้วยสังขารที่ร่วงโรย แต่ concept ยังแน่น ไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าจะยังไม่มีเมีย ก็ไร้ซึ่งความกดดันใดๆ ทั้งสิ้น … ส่วนคนสุดท้าย ขอไม่พูดถึง อยากให้ทุกท่านได้พิจารณาเอาตามเห็นสมควร ครับ

 

 

 

This entry was posted in Simple Ideas. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s