น้อยแคลาย

ก่อนอ่านเรื่องนี้ลองถามตัวเองก่อนนะครับ ว่ารู้จัก "น้อยแคลาย" หรือเปล่า … โดยเฉพาะถ้าเป็นคนเมืองนนท์ บ้านอยู่แถวแยกแคลาย (แยกที่มีบึ้มป้อมตำรวจนั่นแหละ) หรือต้องผ่านแคลาย ทุกๆ วัน
 
เอาล่ะ รู้จักหรือไม่รู้จัก ลองฟังเรื่องนี้ดูครับ
 
ย้อนไปเมื่อ6-7 เดือนก่อน ผมไปเดินเตร็ดเตร่ที่จัสโก้รัตนาธิเบศร์ (บางคนเรียกเซ็นทรัลนะครับ แต่ถ้าอยู่แถวนี้มานานก็จะเรียก จัสโก้ ด้วยความเคยชิน) กำลังเลือกกางเกงยีนส์อยู่ เงยหน้าขึ้นมาเจอ ผู้หญิงสองคน ในระยะประชิด คุ้นหน้ามากๆๆๆๆ ที่สุด … แต่ในวินาทีนั้น ขอสารภาพครับ นึกไม่ออกจริงๆ ว่าใคร … เช่นเดียวกับทุกครั้งครับ ก็ต้องยกมือไหว้ สวัสดีทักทาย ยิ้มแย้มแจ่มใส "สวัสดีครับ วันนี้มาเดินชอปปิ้งกันสองคนเหรอครับ" หลังจากนั้นก็พูดคุยกันอีกสองสามประโยค ซึ่งก็แน่นอนครับ ระหว่างที่คุยหน้ายิ้มๆ แต่ในสมองแล่นติ้ว พยายามเค้นให้ออกว่าทั้งสองคนนี้คือใคร … ลูกค้าหรือเปล่านะ เอ บริษัทไหน สงสัยเคยไปนานแล้ว … เอ๊ ไม่ใช่ๆๆ หรือเป็นคนไข้แม่ … เอาล่ะครับ หมดมุขแล้ว หนีเข้าห้องลองกางเกงดีกว่า ระหว่างลองกางเกงไปก็ยังนึกๆๆๆ นึกไม่ออกจริงๆ จนกระทั่งขับรถกลับบ้าน ถึงนึกได้ อ๋อ คนนึงเป็นเพื่อนพี่สาวนี่เอง แถมเป็นพี่สาวเพื่อนอีก (งงมั้ยครับ คนเดียวเป็นได้ทั้งเพื่อนพี่สาวและพี่สาวเพื่อน) แวะไปบ้านพ่อเลยเล่าให้พี่สาวฟัง แหม วันนี้นะไปเจอคนนี้มา … พี่สาวผมก็โทรรายงานเพื่อนทันที แหม วันนี้เธอเจอน้องชายชั้นมาเหรอ
 
แล้วผมก็ทำพี่สาวหน้าแตกเข้าจนได้ครับ … ไม่ใช่ คนที่ผมเจอ ไม่ใช่เพื่อนพี่สาว (และก็ไม่ใช่พี่สาวเพื่อนด้วย อิอิ)
 
แล้วเขาเป็นใคร … สงสัยไปอีกพักใหญ่ก็ลืมครับ อาจจะนะครับ อาจจะเป็น "เดจา วู" …
 
จนกระทั่งเมื่อวานที่ไปเดินซื้อของที่โลตัส (ก็สาขาแคลาย อีกล่ะครับ) กำลังจ่ายเงินอยู่เลยครับ เงยหน้าขึ้นมา เห็นผู้หญิงสองคนเดิม
(เหวอ …) คราวนี้เขาทักก่อนล่ะครับ "สวัสดีค่ะ" … ใครเคยเจอฟีลลิ่งแบบนี้ไหมครับ แบ่บ เจอกันไปทีนึง จำไม่ได้ว่าใครแต่ก็ทักไปแล้ว แล้วมาเจออีกที เอาล่ะสิตู ผ่านไปครึ่งปี ยังนึกไม่ออกเหมือนเดิม หนนี้ก็เลย ได้แต่ยิ้มตอบ แล้วก็พูด "สวัสดีครับ" แล้วหันหน้ากลับมาเซ็นบัตรเครดิต เข็นรถเข็นเดินหนีไปเลย เดินไปก็เครียด ประสาท นอยหน่อยน่อยน้อยหนอย ไปครับ … เขาคือใคร เธอคือใคร คราวนี้พยายามใช้เหตุผลเข้าช่วยครับ ต้องเป็นคนอยู่แถวนี้แน่ เพราะเจอแต่แถวนี้ … และแล้ว และแล้ว และแล้ว ผมก็นึกออกครับ!!!!
 
สองคนที่ผมเจอ เค้าคือ พี่สาวน้องสาว แห่งร้าน "น้อยแคลาย" นั่นเอง … อิอิ เข้าเรื่องแล้วนะครับ เกริ่นมาซะยาว
 
ร้าน "น้อยแคลาย" คือร้านอาหารเช้าของผมครับ วิ่งจากสนามบินน้ำบ้านมาตามถนนติวานนท์ ถึงแยกแคลายก็เลี้ยวซ้าย (ก็ตรงป้อมที่โดนบึ้มนั่นแหละครับ) มาอยู่บนถนนงามวงศ์วาน วิ่งมาอีกประมาณ 100 เมตรก็จะเจอร้านอยู่ทางซ้ายมือ ติดกับปั๊มร้าง ซึ่งแต่ก่อนเป็นปั๊ม ปตท. เลี้ยวรถเข้าไปจอดในซอยข้างๆ ได้เลยครับ
 
ร้านนี้มีขายหลายอย่าง น่าทึ่งมากครับ ของเขาอร่อยทุกอย่าง ตั้งแต่ข้าวมันไก่ ทั้งแบบติดหนังไม่ติดหนัง อร่อยหมดครับ น้ำจิ้มออกเปรี้ยวนิดๆ กำลังดี ข้าวก็ไม่มันเกินไปครับ … ข้าวหมูแดง ทีเด็ดร้านนี้อยู่ที่หลายอย่างครับ หมูกรอบเป็นอย่างนึงที่ดี แม้จะไม่ซับซ้อนเหมือนหมูกรอบนายไซ แต่ก็เหนือกว่าหมูกรอบหลายๆร้าน ครับ บวกด้วยกุนเชียงที่รสชาติพอเหมาะเช่นกัน แล้วก็น้ำราดที่ไม่หวานจนเกินไปครับ … ข้าวขาหมู บังเอิญผมไม่ใช่พวกขาหมูเครซี่เลยตอบไม่ถูกว่าอร่อยมากแค่ไหน แต่เท่าที่ชิมก็ชอบครับ เพราะเป็นแบบ ไลท์ๆ ไม่ข้นคลั่กน่ากลัวเหมือนบางร้าน … เอาล่ะครับ ทีเด็ดของร้านนี้ … คือ คือ เกาเหลาตำลึงหมูสับ และก๋วยเตี๋ยวตำลึง ซึ่งเป็นความหลังฝังใจมากๆครับ
 
ตั้งแต่เด็ก นั่งรถเมล์ 69 104 จากบ้านมาคลีนิคแม่ รถมาติดไฟแดงที่แยกก็มองไปนอกหน้าต่างบ่อยๆ เห็นร้านนี้แหล่ะครับ ติดป้ายไว้ ก๋วยเตี๋ยวตำลึง … อันว่า "ตำลึง" นั้นเป็นของโปรดผมมากๆ ครับ ถ้าใครรู้จักกันดี ไปร้านไหนมี "ตำลึง" กินก็มักจะสั่งกิน … แต่ร้านนี้ด้วยดวงไม่สมพงษ์กัน ก็เลยไม่ได้กินสักทีครับ (คือจะลงรถเมล์ไปกินก็ไม่ขยันขนาดนั้น) ก็เข้าตำราว่า ได้แต่มองเธอข้างเดียวอยู่ตรงนี้ ก็พอแล้ว ไม่มีเงื่อนไขใดๆ ในความหวังดี … อยู่อย่างนั้นหลายปีครับ จนแต่งงานย้ายบ้านมาต้องขับผ่านตรงนี้ทุกเช้านั่นล่ะครับ ถึงเป็นทีของเราได้กินเสียที … แล้วก็ไม่ผิดหวังครับ … แต่ก่อนร้านนี้ไม่มีป้ายชื่อร้านก็ไม่รู้จะแนะนำกันอย่างไร มาตอนนี้ก็คงหากันไม่ยากล่ะครับ ขอเชิญไปลองกันได้
 
อ่านจากรูปการณ์แล้วสูตรอาหารร้านนี้น่าจะมาจากอากง อาม่า สองคนนะครับ อาม่าเนี่ยจะยังลวกก๋วยเตี๋ยวทุกเช้า ถ้าสั่งเกาเหลาก็ได้ทานฝีมือแก ส่วนอากงจะอยู่หลังครัวเป็นส่วนใหญ่ ให้ลูกชายเป็นคนทำพวกข้าวๆ นะครับ แล้วสุภาพสตรีสองคนที่ผมเจอเนี่ย ก็คิดว่าน่าจะเป็นลูกสาวนะครับ ทำหน้าที่ เสริฟ ครับ … เรียกว่าเป็นกิจการครอบครัว ถ้าไปนั่งสังเกตฝาผนังจะมีรูปถ่ายตระกูลอยู่นะครับ มีประมาณ 100 คนได้ในรูป
 
เรื่องบริการร้านนี้เขาดีมากครับ ผมไปนั่งกินข้าวเช้าไปก็มักจะดูคุณสรยุทธ์ทุกๆ วัน จนบางวัน ไปถึง ทีวีไม่เปิด ผมไปนั่งหันหน้ามองจอเปล่าๆ อยู่พักหนึ่ง เฮียเขาก็เดินมาเปิดให้ดู … แรกๆ ไปกิน น้ำแข็งเปล่าร้านนี้เขาจะอัดน้ำแข็งมาเต็มแก้วมากๆ ซึ่งมันเย็นไปสำหรับอาหารเช้า ก็มักจะบอกเอาน้ำแข็งครึ่งเดียว … ผ่านไปหลายๆ ครั้งเข้า เฮียก็จำได้ customize ให้เสร็จสรรพครับ ไม่ต้องสั่ง น้ำแข็งมาครึ่งแก้วทุกวัน …
 
ส่งท้าย กลับมาเรื่อง "เดจา วู" ของผมนะครับ สรุปก็คือว่า สุภาพสตรีวันนั้นที่ผมยกมือไหว้ไป เค้าคงจับได้ล่ะครับ ว่าผมจำเค้าไม่ได้ เพราะมีอย่างที่ไหน เวลาไปที่ร้าน ก็ไม่เคยทักทาย ได้แต่สั่งข้าวกิน แต่พอมาเจอที่ห้างกลับมือไม้อ่อนซะอย่างนั้น … นึกแล้วก็ขำตัวเองที่ความจำไม่ดีครับ … แต่ก็ นะ … มือไม้อ่อนไว้ก่อน เป็นนิสัย คงไม่มีใครว่านะครับ … ก็ตอนเด็กๆ ครูเค้าสอนมาว่าเงี้ยะ😛
 
 
This entry was posted in Simple Ideas. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s